[Review] Samsung Galaxy Tab 10.1 รุ่นที่จะขายในไทย

ได้รับมาอย่างสดๆ ร้อนๆ กับ Samsung Galaxy Tab 10.1 มาให้รีวิว หลังมีงานเปิดจองกันไปเมื่อเร็วๆ นี้ ก็เลยถือโอกาสมารีวิวให้ชมกัน เผื่อใครอยากจะเอาไปประกอบการพิจารณา ระหว่างเจ้า Galaxy Tab 10.1 กับ iPad2 ซึ่งออกมาชนกันอย่างจัง

งานประกอบ

ทำออกมาได้ดีครับ ฝาหลังถึงจะเป็นพลาสติก แต่ตัวที่ผมได้มาเป็นสีขาว ก็ดูไฮโซเล็กน้อย เป็นจุดสนใจเวลาเดินไปไหนมาไหนพอสมควร น้ำหนักเบาเลย เมื่อเทียบกับ iPad 2 ซึ่งหนักกว่าชัดเจนมาก
เน้นการทำงานในแนวนอนเป็นหลัง ทำให้อุปกรณ์และปุ่มเปิด/ปิด กล้องหน้า/หลัง ระดับเสียง ช่องหูฟัง ออกมาอยู่ด้านข้างขวา (เมื่อดูจากแนวตั้ง) และลำโพงจะอยู่คนละข้างของจอ (เมื่อทำงานแนวนอน) ด้านหน้าไม่มีปุ่มใดๆเลย ทุกอย่างจะอยู่ในหน้าจอ ทำให้ใครที่ติด iPad ก็จะแอบงงได้บ้าง แต่ใครที่เริ่มใหม่เลยก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด

CPU : Dual Core 1 GHz

ใช้งานได้รวดเร็วในปกติ กับจอขนาด 10.1 นิ้วครับ ผมลองโหลดเว็บที่มี โฆษณาเยอะๆ ก็ออกมาใช้ได้ ไม่ถึงกับช้า ผมก็เลยลองพลัง Browser ในการเล่นเน็ตด้วยการโหลด FishTank มาดูผล (ตามภาพ) โหลดได้ 20 ตัวที่ 8-10 FPS แต่ถ้าตัวเดียวก็ออกมาได้คะแนนดีอยู่ครับ

Display : 10.1 นิ้ว WXGA 1280×800

ถึงแม้จะไม่ใช่ Super AMOLED ที่เป็นไม้เด็ดของ Samsung อาจจะไม่สุดยอดเท่า Retina Display ของ iPhone4 แต่ผมว่าก็ออกมาพอใช้ได้เลย กับชีวิตประจำวัน ความละเอียดเหมาะสมกับขนาด ความสว่างเร่งสุดก็พอสู้กับการทำงานกลางแจ้งได้ และก็ลดลงสุดก็อ่านได้ในห้องมืดไม่ปวดตา

Android 3.1 Honeycomb

รุ่นใหม่สุดในขณะนี้ ไม่ต้องรออัพเดทแต่อย่างใด ภาษาไทย มีมาให้เลยแบบ Native พร้อม keyboard ที่พิมพ์แบบกดซ้ำ (คล้ายการพิมพ์ของ Blackberry) ซึ่งประทับใจเหมือนกัน

ถ้าใครไม่เคยใช้มือถือ Android มาก่อนไม่ต้องกังวลใจไป เพราะ Android 3.1 สำหรับ Galaxy Tab 10.1 ไม่เหมือนกันเลยกับ Android ในมือถือของท่าน ข้อดีคือความตื่นเต้นกับการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ในยุค Post-PC อย่างที่ศาสดา Steve Jobs แห่งค่าย Apple ได้ตรัสไว้ ซึ่งผมกว่าดีเหมือนกัน เพราะ UI สำหรับ Android 3.1 ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานกับจอสัมผัสขนาดใหญ่เกินมือถือเป็นหลัก เปลี่ยนระบบแจ้งเตือน และการแสดงผลต่างๆจากข้างบน (Android 2.x) เป็นด้านล่างของจอทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา ระดับพลังงาน การเชื่อมต่อ และปุ่มควบคุมต่างๆ ทำให้ไม่คุ้นบ้างในตอนแรก แต่ใช้ไปซักพัก (1-2 วัน) ก็จะชินเองครับ เพราะว่าเวลาเปิดโปรแกรมจะมีปุ่มควบคุมภายในโปรแกรมเพิ่มมาอยู่ด้านบนของจอให้อยู่ที ทำให้มันไม่ซ้อนทับกัน ว่าอันไหนของระบบ อันไหนของโปรแกรม

GMail App ที่ออกแบบ UI มาให้เหมาะสม (คล้ายกับ iPad) ใช้งานง่าย และเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ของ Google ได้อย่างดีเยี่ยม

USB Connector

อันนี้ผมว่าเป็น Feature ที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ทนแทนการมีหน่วยความจำที่จำกัด และการไม่มีช่องใส่ SD Card ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลจากการเสียบ ThumbDrive ธรรมดาขนาด 2GB ก็มองเห็นได้ทันที สามารถ Copy/Paste ลงได้จาก MyFile (File Manager) แบบไม่ยุ่งยาก แต่ผมก็แอบทะลึ่งลองใช้กับ External HDD ขนาด 500GB ดูเหมือนกัน ผลประกฎว่าไม่สำเร็จ และยังใช้กับ Card Reader ไม่ได้ด้วย จะขึ้น Hi Powered USB device connected (คิดว่าพลังงานไม่พอที่จะอ่าน หรือหมุนจาก HDD)

จากนั้นลองเอามาต่อ Keyboard USB ข้างนอก พบว่ามันเจ๋งมากครับ มันแก้ปัญหาการพิมพ์บน Tablet ซึ่งเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ให้หมดไปได้เลย (เหลือเพียงแค่ Update Software ให้รองรับภาษาไทยอีกนิดเดียว)

Camera 3 MP พร้อม Flash

ถ่ายภาพได้ชัดมาก มี Auto Focus พร้อมลูกเล่นในการปรับโหมดการถ่ายภาพได้พอสมควร พร้อมถ่าย Video ได้ในตัว แต่จะมีใครทำเป็นกล้องถ่ายรูปเหรอ? ลำบากน่าดู

บทสรุป

Samsung Galaxy Tab 10.1 เป็น Tablet คู่แข่งที่เหมาะสมกับ iPad2 เหมาะกับการพกใช้ทั้งเพื่อความบันเทิง ท่องเที่ยว และทำงานที่ไม่ซับซ้อน ผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และบริการต่างๆ ของ Google ได้อย่างประสิทธิภาพ จุดเด่นอยู่ที่น้ำหนักเบา จอภาพคมขนาดใหญ่ที่คมชัด และ Android 3.1 ที่รองรับภาษาไทยได้อย่างดี เชื่อมต่อ USB ทั้งเพื่อถ่ายโอนไฟล์ และต่อ Keyboard รวมทั้ง UI ที่ปรับการเพื่อ Tablet โดยเฉพาะ ติดตรงแค่ที่ต่อ Keyboard ภายนอกแล้วพิมพ์ไทยยังไม่ได้เท่านั้น ซึ่งเห็นว่าจะรีบแก้ไขในเร็วๆนี้

Tags: , , , , , , , ,

ติดตาม..

นอกจากผ่านเว็บนี้แล้วคุณยังติดตามเราได้ดังนี้

เนชั่น แชนแนล วันเสาร์ เวลา 4 ทุ่ม

หรือ

Trackbacks/Pingbacks

  1. [Review] ลองใช้ Samsung GalaxyTab 8.9 | duocore - 17 November 2011

    [...] GalaxyTab 10.1 ที่เคยรีวิว ทั้งในเรื่องความเร็ว มุมมอง [...]

eXTReMe Tracker